วิธีเรียนให้เก่ง

          เนื่องจากช่วงเวลาในการเขียนเรื่องนี้ เป็นช่วงของเวลาใกล้เปิดภาคเรียนของนักเรียนนักศึกษา ทำให้หวนคิดถึงและคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา (สงสัยว่าจะเริ่มแก่) ทำไมเราถึงเรียนไม่เก่งเหมือนกับเพื่อนๆ ซึ่งบางคนเรียนจบถึงปริญญาเอกมีอาชีพการงานมั่นคงใหญ่โต จึงลองทำการค้นหาถึงวิธีการทำอย่างไรให้เรียนเก่ง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ผ่านมาอ่านบทความนี้ ไม่ได้คิดว่าจะกลับไปเปลี่ยนอดีต แต่มุ่งหวังเพียงว่าคนรุ่นหลังจะได้เรียนรู้และนำมาพัฒนาตนเองเพื่อจะได้เป็นผู้ที่จะได้สร้างคุณแก่ส่วนรวมในอนาคตครับ สำหรับวิ๊เรียนเก่งที่ผมจะแนะนำในวันนี้มีดังนี้

          1. จะต้องรู้จักแบ่งเวลา  เนื่องจากในสภาวะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยวนต่างๆ ที่คอยมากินช่วงเวลาในการเรียนรู้ของเรา ไม่ว่าการนอน การเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง หรือเดินเที่ยวเล่น เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาในการศึกษา หรือการท่องตำราเรียนแล้วจะพบว่าสูญเสียไปมาก แต่ไม่ได้มุ่งหวังให้ท่านมานั่งเคร่งเครียดกับตำรา หรือการเรียนรู้ต่างๆ เพียงแต่อยากให้แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ กับการเรียนหรือการศึกษา

          2. ทบทวนเนื้อหาที่เรียนผ่านมาและศึกษาเนื้อหาการเรียนล่วงหน้า ในข้อนี้ผู้เรียนเมื่อเรียนกลับมาถึงบ้านก่อนจะอ่านหนังสือในเรื่องที่จะเรียนต่อไป ควรทบทวนสิ่งที่เรียนผ่านมาเสียก่อนเพื่อความต่อเนื่องของเนื้อหาการเรียน และเป็นการทบทวนสิ่งที่เรียนผ่านมา

          3. ขยันทำแบบฝึกหัด การบ้าน ในการทำการบ้านที่ครูให้และแบบฝึกหัดนั้น จะช่วยให้เรามีความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากยิ่งขึ้น

          4. ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ในการเรียนหนังสือนั้นเราจะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วครุจะมีการมอบหมายงานให้ทำ หรือมีการบ้านมีแบบฝึกหัด เพื่อให้ผู้เรียนได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้ หรือฝึกฝนจากสิ่งที่เรียนมา และเป็นการทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา เราไม่ควรเก็บสะสมงานมอบหมายพวกนี้ให้เนิ่นนานเพราะเมื่อเนิ่นนานไป สิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นในการทำงานคือ เราจะต้องมาทบทวนเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องใหม่จะทำให้เสียเวลา และมีโอกาสที่จะทำผิดด้วย เพราะความรู้จากครุใรวันที่เราเรียนในห้องเรียน กับความคิดที่เกิดขึ้นจากการที่เราได้อ่านเนื้อหาเองนั้นอาจคิดไม่เหมือนกัน และการเก็บงานประเภทนี้ไว้นานๆ และมาทำเมื่อใกล้ถึงเวลาจะทำให้การทำงานจะต้องเร่งรีบ ขาดความรอบครอบ

          5. ก่อนการสอบจะต้องไม้หักโหมในการเรียน หรือเรียนอัดก่อนสอบ มีนักเรียนจำนวนมากที่ในช่วงการเรียนในช่วงต้นภาคการศึกษาไม่ให้ความสำคัญหรือความสนใจ ไม่ตั้งใจเรียน แต่ถึงช่วงเวลาใกล้สอบจะหักหมในการอ่านหนังสือ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการศึกษา และทำให้สมองทำงานหนักไม่สามารถจดจำได้ เพราะสมองของเราจะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดีนั้นจะต้องเป็นในลักษณะค่อยๆ จดจำสะสมไว้เรื่อยๆ

          6. จะต้องรู้จักโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาในเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถจดจำได้ง่าย เช่นอาจใช้วิธีการเขียน mindmap  การใช้แผนภูมิต่างๆ เข้าช่วย การวาดออกเป็นรูปภาพต่างๆ เป็นต้น โดยเรือกรูปแบบตามความรู้และความสนใจของเรา

          7. ทำสรุปเนื้อหา เพื่อให้ง่ายในการทบทวน  อาจใช้ปากกาหลายๆ สี ในการแยกเนื้อหาหรือเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้จดจำได้ง่าย

          8. การเรียนจะต้องอาศัยการจับกลุ่มแบ่งปันซึ่งกันและกัน ในการศึกษาปัจจุบันจะพบว่ากิจกรรมกลุ่มมีความสำคัญในการเรียน ผู้เรียนที่มีความตั้งใจในการศึกษา จะมีการรวมกลุ่มกันเรียน มีการเอื้อเฟื้อในการช่วยเหลือดูแลกัน เนื่องจากบุคคลไม่สามารถเก็บข้อมูลเนื้อหาที่เรียนได้หมดสิ้น กลุ่มจึงมีความสำคัญที่จะช่วยในการบันทึกเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ แล้วนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนสมาชิกภายในกลุ่มได้

          9. มีความมั่นใจในตนเอง อย่าคิดว่าไม่เก่ง ไม่สามารถทำได้ จะต้องตั้งจุดมุ่งหมายของชีวิตไว้ แล้วพยายามไปให้ถึง

          10. รู้จักดูแลตนเอง ในเรื่องการกิน การนอน คือจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาส่งผลถึงประสิทธิภาพในการเรียนด้วย แต่ถ้าพักผ่อนเพียงพอ สมองก็จะปลอดโปร่ง สามารถรับเนื้อหาใหม่ๆ ได้ดี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: