facebook กับผลกระทบทาจิตวิทยา

เนื่องจากช่วงที่ทำการเขียนในเรื่องนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบกับภัยพิบัติจากน้ำท่วมพอดีครับ ผู้เขียนก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับผลกระบทนี้ด้วย ถึงแม้จะไม่มากแต่ก็ส่งผลต่อการเดินทางไปไหนมาไหน ว่างมากก็เลยหยิบหนังสือขวัญเรือนของภรรยาขึ้นมาดู ซึ่งเป็นหนังสื่อฉบับบที่ 956 ปักษ์หลังเดือนกันยายนย 2554 ก็ได้เจอเรื่องน่าสนใจจึงอยากจะขอคัดลอกมานำเสนอให้กับท่านผู้ที่เคยอ่านข้อมูลจากเว็บนี้บ้างนะครับ โดยชื่อเรื่องที่ผู้เขียนตั้งชื่อไว้ก็คือ facebook กับผลกระทบทางจิตวิทยา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
การสื่อสารทางสังคมออนไลน์สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ รวมถึงผลกระทบในด้านต่างๆ มากมาย ดังนั้นนักวิจัยจึงตั้งคำถามเกี่ยวกับผลกระทบทางจิตวิทยาทั้งแง่บวกและลบขึ้นมา ซึ่งพบว่า
ในแง่ลบ
วัยรุ่นที่ใช้เฟซบุ๊คบ่อยมากเท่าไหร่ยิ่งมีแนวโน้มจะเป็นพวกหลงตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่วัยผู้ใหญ่ที่อยู่ในช่วงหนุ่มสาวจะมีแนวโน้มของอาการผิดปกติทางจิตในลักษณะต่างๆ ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมต่อต้านสังคม การคลั่งไคล้อะไรมากเกินไป และหากเป็นกลุ่มนักเรียนที่เช็คเฟซบุ๊กทุกๆ 15 นาทีจะมีผลการเรียนที่แย่กว่าคนอื่น ส่วนเด็กที่บริโภคสื่อและเทคโนโลยีมากเกินไปในแต่ละวัน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพเพราะทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลสูง หดหู่และเกิดปัญหาทางจิตวิทยาต่างๆ ตามมา

ในแง่บวก
ผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวที่ใช้เวลากับเฟซบุ๊คเป็นเวลานานจะสามารถแสดงความรู้สึกร่วม เห็นอกเห็นใจห่วงใยอยากช่วยเหลือ ฯลฯ กับเพื่อนๆ บนออนไลน์ ได้ดีกว่า ในขณะเดียวกันที่สังคมออนไลน์ช่วยพัฒนาเด็กๆ ให้เรียนรู้ถึงิวธีการเข้าสังคม โดยเครือข่ายสังคมออนไลน์ยังสามารถทำหน้าที่เป็เครื่อวมือสำหรับการสอน เพื่อตรึงความสนใจของเด็กๆ ได้

ที่มา: นิตยสารขวัญเรือน ฉบับที่ 956 ปักหลังเดือนกันยายน 2554 คลอลัมภ์ท่องโลกอินเตอร์เน็ต:มิสไอที หน้า 36

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: