9 ปี ของการปฏิรูปการศึกษา: คุณวุฒิของครูได้มาตรฐานตามข้อกำหนดคุรุสภาหรือยัง?

พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาเน้นวิชาชีพควบคุม รวมทั้งห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต (มาตรา 43)

และในพระราชบัญญัติดังกล่าวยังได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนไว้ในมาตรา 78 และมาตรา 79 กลุ่มบุคคลที่จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมี ดังนี้

1) ครูในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ ของสถาบันศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น

2) ครูในโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่น

3) ครูในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐบาลและเอกชน ได้แก่วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สถานศึกษา เอกชนอาชีวศึกษา หรือเรียกชื่ออย่างอื่น

4) ผู้บริหารสถานศึกษา หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีทั้งของรัฐบาลและเอกชน

5) ผู้บริหารการศึกษา หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา

6) บุคลากรทางการศึกษาอื่น หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับ การจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา เช่น ศึกษานิเทศก์

ผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่คณะกรรมการครุสภา กำหนดได้แก่ พระภิกษุที่ทำหน้าที่สอนหรือบริหารสถานศึกษา ผู้สอนศาสนาที่ทำหน้าที่สอนในสถานศึกษา ผู้สอนตามโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนที่ทำหน้าที่สอนหรือบริหารโรงเรียนตำรวจตระเวน ชายแดน

และข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ผู้ทำหน้าที่สอนหรือบริหารโรงเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่จัดการศึกษา ระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา

ส่วนบุคคลที่ต้องการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะต้องมีวุฒิการศึกษาดังนี้

1) ผู้ที่วุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือวุฒิอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้เป็นวุฒิที่ใช้สอบบรรจุเป็นครู และได้ยื่นขอไว้ก่อนวันที่ 14 มิถุนายน 2549 ให้นำใบเสร็จรับเงินมายืนยันแล้วขอรับได้

2) ผู้ที่มีวุฒิปริญญาอื่น (ไม่ใช่วุฒิปริญญาทางการศึกษา) และมี วุฒิ ป.บัณฑิตทางวิชาชีพครู นำ 2 วุฒิ มาขอได้ (วุฒิ ปวค. ใช้ขอไม่ได้)

3) ผู้เรียนปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) อยู่ก่อน 12 มิถุนายน 2546 เมื่อจบแล้วนำวุฒินั้นๆ มาขอได้ เช่น เข้าปีการศึกษา 2546 จบประมาณต้นปี 2550

4) ผู้เรียนปริญญาตรีอื่นแต่คุรุสภารับรองว่าเป็นวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา และเรียนอยู่ก่อน 12 มิถุนายน 2546 เมื่อจบแล้วก็นำวุฒินั้นๆ มาขอได้เช่นกัน เช่น วุฒิ ปทส. ของสถาบันศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ข้อกำหนดโดยสังเขปข้างต้นเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้สูงขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันในการเตรียมพลเมืองที่มีคุณภาพให้กับประเทศ

ขณะนี้การปฏิรูปการศึกษาของไทยกำลังย่างเข้า ปีที่ 10 สถานศึกษาต่างๆ ที่รับบุคคลเข้าปฏิบัติการสอนในสถานศึกษามีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครบถ้วน หรือไม่ ไม่ว่าเป็นครูอัตราจ้างในโรงเรียนของรัฐ ครู ประจำการในสถานศึกษาเอกชน และอื่นๆ ดังที่กล่าวข้างต้น

และตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2547 ได้กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีอายุใช้คราวละ 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต ครูประจำการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปแล้วก็จะต้องขอต่อใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครู ครั้งใหม่

ประเด็นที่คณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่ ซึ่งปัจจุบันมี ดร.ดิเรก พรสีมา เป็นประธานกรรมการคุรุสภา ควรเร่งรัดให้สถานศึกษาต่างๆ ที่เปิดสอนระดับปฐมวัยการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา สำรวจบุคคลที่เป็นครูอยู่ในสถานศึกษาในปัจจุบันมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดหรือไม่ และควรแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบอย่างจริงจัง หากพบว่าผู้ใดไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

กรณีที่เป็นครูอยู่แล้ว จะต้องมีความผิดตามมาตรา 78 และมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ในเรื่องนี้คุรุสภาจะต้องปฏิบัติอย่างยุติธรรม รวดเร็ว และครอบคลุมทุกพื้นที่ หากไม่มีการเร่งรัด ตรวจสอบสถานศึกษาบางแห่งอาจมีผู้ปฏิบัติงานทางด้านการบริหารและการสอนที่ไม่ เป็นไปตามมาตรฐานที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด (ผู้บริหารสถานศึกษาเถื่อน / ครูเถื่อน)

ด้วยเหตุนี้สถานศึกษาต่างๆ ควรดำเนินการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของผู้บริหารและครูประจำการทุกคน ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา โดยประเมินตนเองว่ามีวุฒิการศึกษาที่ใช้เพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่

ขณะเดียวกันคณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่จะต้องใช้มาตรการ ลงโทษอย่างจริงจังเนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ให้โอกาสในการพัฒนาให้มี คุณสมบัติตามที่กำหนด ตั้งแต่นี้ครูจะต้องมีคุณสมบัติและมาตรฐานตามวิชาชีพควบคุม

ดังนั้น ผลผลิตของการปฏิรูปการศึกษา ครบ 9 ปีที่ควรจะได้เห็นอีกผลผลิตหนึ่ง ก็คือผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ในปัจจุบันทุกคนจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

โดย สุรชัย เทียนขาว มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
คัดลอกมาจาก  http://www.kruthai.info/board02/show.php?Category=vipak&No=105
ที่มา – มติชนรายวัน หน้า 5 – วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11173

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: