ศึกษาทรรศน์ : เมื่อมหาวิทยาลัยต้องแข่งกับอาชีวศึกษา

เมื่อไม่นานมานี้ สถาบันการศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับอนุญาตให้เปิดการสอนระดับปริญญาตรี จากการบังคับใช้ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษาพ.ศ.2551 ซึ่งมีผล 6 มีนาคม พ.ศ.2551 สามารถเปิดรับนักศึกษาปริญญาตรีได้ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 มีค่าเล่าเรียนถูกกว่ามหาวิทยาลัย เน้นเปิดสอนสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ โดยดึงสถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม บัณฑิตที่จบจะได้รับวุฒิการศึกษาเทคโนโลยีบัณฑิต

การอนุญาตให้สถาบันอาชีวศึกษาเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีได้ เป็นการดึงนักเรียนอาชีวะให้ศึกษาต่อในสถาบันอาชีวศึกษา เนื่องจากที่ผ่านมานักเรียนอาชีวะส่วนใหญ่นิยมศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย จนเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับปฏิบัติการ ซึ่งขณะนี้ สอศ.กำลังยกร่างกฎกระทรวงเพื่อรองรับ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษาฉบับดังกล่าว พร้อมกันนี้ ได้เตรียมประเมินวิทยาลัยที่พร้อมเปิดสอนปริญญาตรี ซึ่งต้องเป็นสถาบันที่เข้มแข็งและสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพราะนักศึกษาทุกคนต้องได้รับการฝึกภาคปฏิบัติ และอนุญาตให้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีในสาขาที่ขาดแคลน

หากมองภาพในอนาคต การอนุญาตให้สถาบันอาชีวศึกษาเปิดสอนระดับปริญญาตรีนั้น เป็นการกระตุ้นที่อาจส่งผลให้สถาบันอาชีวศึกษากลายร่างเป็น “มหาวิทยาลัย”

เมื่อ ค.ศ.1992 สถาบันโพลีเทคนิค (Polytechnic) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เทียบเท่าระดับอาชีวศึกษา จำนวน 32 แห่ง ได้รับการยกสถานะให้เป็น “มหาวิทยาลัย”ภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาต่อเนื่องและการอุดมศึกษา พ.ศ.2535 (Further and Higher Education Act 1992) ในสมัยที่เซอร์ จอห์น เมเจอร์ เป็นผู้นำรัฐบาลอังกฤษ

ซึ่งมหาวิทยาลัยใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า “Post-1992 universities”หรือ กลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่ที่เกิดภายหลังปี ค.ศ.1992 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นแนวคิดของรัฐบาลที่มาจากพรรคอนุรักษ์นิยม และออกสมุดปกขาวเรื่อง การศึกษาระดับอุดมศึกษา: กรอบแนวคิดใหม่ เพื่อต้องการลดความเป็นชนชั้นของสถาบันการศึกษา

ผลดีในการเปลี่ยนสถาบันโพลีเทคนิคเป็นมหาวิทยาลัยคือ ความเป็นอิสระทางโครงสร้างวิชา หลักสูตร และมาตรฐานการศึกษา นอกจากนี้ จำนวนนักศึกษาก็เพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่า ช่วงปี ค.ศ.1988-1993 เนื่องจากผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนมากนัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่มหาวิทยาลัยใหม่ต้องดำเนินการคือ สร้างผลงานวิจัยและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งอาจารย์จะต้องรับผิดชอบทั้งสอนและวิจัย จากเดิมที่เน้นสอนเป็นหลัก หากปรับตัวไม่ทันจะกระทบคุณภาพการสอนได้ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยใหม่ต้องรับผิดชอบต่อนโยบายการอุดมศึกษาของรัฐ และคำนึงถึงกลยุทธ์การตลาดที่แข่งขันสูง

ความเป็นจริง กลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่ไม่ได้เปลี่ยนปรัชญาดั้งเดิมของสถาบัน ยังคงให้ความสำคัญกับการสอนแบบเดิม อีกทั้ง ชื่อเดิมยังเป็นที่รู้จักของนักศึกษาส่วนใหญ่ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยใหม่บางแห่งได้แนะนำว่า ควรประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยด้วยประโยคว่า “A change in name, but not in style”เพราะภายในยังเหมือนเดิม แต่คาดการณ์ว่าอนาคตรูปแบบจะผสมผสานระหว่างอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย ดังที่ไมเคิล โกลด์ซไตน์ (Michael Goldstein) อดีตรองผู้อำนวยการโคเวนทรีโพลีเทคนิค (Coventry Polytechnic) กล่าวว่า อนาคตจะเกิดลักษณะเป็นแบบอาชีวะของมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับ เลส เอ็บดอน (Les Ebdon) รองอธิการบดีและผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยเบดฟอร์ดไชร์ (University of Bedfordshire) ว่า มหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ จะมีส่วนผสมของอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยแบบเดิมที่เน้นวิจัย

การเปลี่ยนสถานภาพของสถาบันโพลีเทคนิคในอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับสถาบันอาชีวศึกษาไทย แต่มีแนวโน้มเป็นไปได้ขึ้นกับ 2 ปัจจัยคือ การสนับสนุนของรัฐ และการขับเคลื่อนของผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษา ในการผลักดันคุณภาพ

แต่ก่อนไปถึงจุดนั้น คงต้องผ่านการวิพากษ์วิจารณ์พอควร ปัจจุบันมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่ง ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการอนุญาตให้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีของสถาบันอาชีวศึกษาว่า จะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักศึกษาที่จะเข้าศึกษา เพราะนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาต่อส่วนมากมาจากสถาบันอาชีวศึกษา

…ผมไม่ต่อต้านเปิดหลักสูตรปริญญาตรี และการเปลี่ยนสถานภาพสถาบันอาชีวศึกษาเป็นมหาวิทยาลัย หากมีการศึกษาวิจัยว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพแรงงานของประเทศ

แต่แนวทางที่สถาบันอาชีวศึกษาควรดำเนินการคือ สร้างเอกลักษณ์ของหลักสูตรปริญญาตรี ให้ต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป นอกจากนี้ ควรรับนักศึกษาปริมาณสอดคล้องตลาดโดยวางแผนล่วงหน้า เพื่อควบคุมคุณภาพและป้องกันแรงงานล้นตลาด

ศ. ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ที่มา – สยามรัฐ วันที่ 30 มิถุนายน 2551

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: